ชิปปิ้ง (Shipping) กับสถิติของการทำการตลาดทาง SMS ที่คุณควรรู้

ชิปปิ้ง สถิติการทำการตลาดทาง SMS BKKshipping ชิปปิ้ง ชิปปิ้ง (Shipping) กับสถิติของการทำการตลาดทาง SMS ที่คุณควรรู้                                                              SMS BKKshipping web 768x402

ชิปปิ้ง ธุรกิจขนส่งสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใด ย่อมต้องใช้บริการชิปปิ้งอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้า การนำเข้าสินค้า การขนส่งและจัดส่งสินค้า ฯลฯ

ชิปปิ้ง จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ ทั้งนี้ การทำธุรกิจชิปปิ้งนั้น จำเป็นต้องมีคอนเนกชั่นที่ดี มีสายป่านยาว และมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่ม

โดยเฉพาะการทำการตลาดทาง SMS ในยุคนี้ ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายและทันที โดย 95% ของคนที่มีสมาร์ทโฟ สามารถส่งและรับข้อความ SMS ได้ทันที โดยไม่จำเป็นว่าจะมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตหรือไม่

แต่เนื่องจากธุรกิจยุคนี้มีการเชื่อมโยงกับเรื่องของเทคโนโลยี ทำให้สถิติการทำการตลาดผ่าน SMS ได้เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อความที่ส่งทาง SMS นั้น มักจะเป็นข้อความสั้นๆ หรือมีเพียง 160 ตัวอักษร ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาในอ่านไม่มาก เป็นข้อความที่สั้น กระชับ ตรงประเด็น

BKK Shipping รวมข้อมูลเชิงสถิติที่ช่วยยืนยันได้ว่า เหตุใดการทำการตลาดทาง SMS จึงมีประสิทธิภาพสำหรับ 81% ของผู้ประกอบการมืออาชีพ นิยมใช้วิธีส่งข้อความสำหรับธุรกิจ

  • 9 ใน 10 ของผู้บริโภคนิยมการติดต่อกันทางธุรกิจผ่านการส่งข้อความ ซึ่งเราจะมั่นใจได้ว่าข้อความที่ถูกส่งไปนั้น จะมีการแจ้งเตือนผู้รับหากยังไม่ได้เปิดอ่าน และมักจะมีการตอบกลับในเวลาต่อมา
  • 80% ของผู้ที่ใช้ SMS ในการติดต่อทางธุรกิจ มักจะมองหาความสะดวก รวดเร็ว และเป็นการส่งสารที่ไม่ได้รบกวนผู้รับเฉกเช่นการโทร
  • ผู้บริโภคจำนวนมากกว่า 80% ต้องการติดตามการสั่งซื้อสินค้าทางข้อความ เมื่อสินค้าอยู่ในระหว่างการขนส่ง
  • มากกว่า 50% ของผู้บริโภคนิยมส่ง SMS ผ่านสมาร์ทโฟนมากกว่าการโทร ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคชาวอเมริกันมีแนวโน้มที่จะเปิดอ่านและตอบกลับผ่าน SMS มากกว่าการโทร
  • 1 ใน 3 ของคนเจนเนอเรชั่น Y หรือคนยุค Millennials (ผู้ที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2523-2540) ชอบเปิดดูข้อมูลต่างๆ ผ่านทาง SMS รวมทั้งการรับข่าวสารโปรโมชั่น และแบบสำรวจต่างๆ ผ่าน SMS
  • ช่องทางที่ผู้บริโภคต้องการอัพเดทข้อมูลจากแบรนด์ที่เขาติดตาม ประกอบด้วย SMS 48% E-mail 22% แอปแจ้งเตือน 20% และการส่งจดหมายโดยตรง 8%
  • SMS เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากง่ายต่อการเปิดอ่าน ยิ่งไปกว่านั้นคือ คุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของแบรนด์เพื่อรับการแจ้งเตือน ดังนั้น SMS จึงเป็นช่องทางการรับข้อมูลที่ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าจะไม่ตกหล่นหรือไปอยู่ใน Junk Mail เหมือนการส่งข้อมูลทาง E-Mail
  • การทำการตลาดทาง SMS ได้ผลดีกว่าทำการตลาดทาง E-Mail เนื่องจากผู้บริโภคมีโอกาสที่จะเปิดดูถึง 98% และมีสแปมเพียง 1% เท่านั้น
  • ในทางตรงกันข้าม การส่งข้อมูลทาง E-Mail ผู้บริโภคจะมีโอกาสเปิดดูเพียง 20% เท่ากนั้น แต่มีสแปมสูงถึง 49.7%
  • 90% ของการส่งข้อความทาง SMS จะถูกเปิดอ่านภายใน 3 นาทีหลังจากได้รับข้อความ
  • สำหรับคนทั่วไปแล้ว จะใช้เวลาเพียง 90 วินาทีเท่านั้นสำหรับการตอบกลับข้อความหลังได้รับ SMS
  • มีเพียง 20% เท่านั้นที่จะรับสายจากเบอร์โทรแปลกๆ แต่การอ่านข้อความทาง SMS จะใช้เวลาเปิดดูเพียง 5 วินาทีหลังจากการได้รับ
  • มีจำนวนการตอบกลับทาง SMS สูง 45% เมื่อเปรียบเทียบกับ E-Mail ที่มีเพียง 8% เท่านั้น และอัตราการกดคลิกอ่าน SMS อยู่ที่ 36% ส่วนการเปิดอ่าน E-Mail มีเพียง 3.4%
10 อุตสาหกรรมหลักๆ ที่นิยมใช้วิธีส่งข้อความ SMS ให้กับลูกค้า
  • 73% อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
  • 65% อุตสาหกรรมการเกษตร
  • 63% อุตสาหกรรมบันเทิง
  • 57% เครื่องจักรกลในการก่อสร้างบ้าน
  • 53% อุตสาหกรรมด้านการใช้ประโยชน์จากพลังงาน
  • 50% อุตสาหกรรมการบิน
  • 50% ธุรกิจขนส่งและธุรกิจที่ส่งเสริมการขนส่ง
  • 50% ธุรกิจที่ไม่หวังผลกำไร
  • 48% ธุรกิจยานพาหนะ
  • 47% ธุรกิจการศึกษา
ช่องทางที่ธุรกิจใช้บริการการส่งข้อความ SMS
  • 98% ของการส่งข้อความ SMS ถูกเปิดดูมากกว่าการส่งทาง E-mail
  • 95% ข้อความจะถูกอ่านและมีการตอบกลับภายใน 3นาทีนับจากการส่ง
  • 90% ลูกค้าที่ได้รับข้อความทาง SMS เกิดความภักดีต่อแบรนด์มากขึ้น
  • 75% ของลูกค้าต้องการให้ส่งข้อเสนอเพิ่มเติมผ่านทาง SMS

อ้างอิงข้อมูลจาก : https://financesonline.com/sms-marketing-statistics/